5 วิธีแก้ปัญหามือถือค้าง แอปเด้งออกตลอด

ข่าวไอที 5 วิธีแก้ปัญหามือถือค้าง แอปเด้งออกตลอด ในทุกวันนี้ปัญหาที่น่าหงุดหงิดใจของมนุษย์ยุคโลกาภิวัตน์นั่นก็คือ เหล่าแอปพลิเคชั่นที่ใช้งานบนมือถือเด้งออก ซึ่งบางครั้งกำลังเล่นเฟซบุ๊กอยู่แล้วก็เด้งออกหรือแม้กระทั่งโซเชียลเน็ตเวิร์กอื่นๆไม่ว่าจะเป็นอย่าง อินสตาแกรม ทวิตเตอร์ และ ไลน์ รวมไปถึงแอปอื่นที่มีผลต่อการใช้งานอีก อาทิเช่น เกม ซึ่งถ้าหากคุณเป็นหัวร้อนเกมเมอร์ตัวพ่อแล้วล่ะก็รับรองว่าคุณจะต้องโมโหและหัวเสียอย่างแน่นอนเพราะถ้าหากกำลังตีป้อมอยู่แล้วแอปเด้งออกนั่นเอง

5-วิธีแก้ปัญหามือถือค้าง-แอปเด้งออกตลอด-1

5 วิธีแก้ปัญหา Apps มือถือเด้งออกตลอด

1.ทำการถอนการติดตั้งแอปพลิเคชั่นที่มีปัญหาแล้วติดตั้งใหม่อีกครั้งบนเครื่อง

ซึ่งวิธีนี้นั้นจัดได้ว่าเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดเลยก็ว่าได้เพราะว่ามนุษย์เรานั้นกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ถ้าหากเจอปัญหาแอปพลิเคชั่นที่ตัวเองใช้งานอยู่หล่ะก็ ไม่ว่าจะเป็น แอปค้าง หรือเข้าแล้วเด้งออก โดยส่วนมากก็จะใช้วิธีการลบแอปนั้นทิ้งแล้วโหลดใหม่เพื่อเป็นการคืนค่าแอปพลิเคชั่นให้กลับมาเป็นดังเดิมทุกประการ

2.ทำการ Restart เครื่องโทรศัพท์มือถือใหม่

ซึ่งหลังจากที่ลองถอนการติดตั้งแอปพลิเคชั่นแล้วติดตั้งใหม่อีกครั้งแล้วไม่ได้ผลวิธีต่อมาก็อาจจะเป็นวิธีที่ง่ายรองลงมา ซึ่งนั่นก็คือ ทำการปิดเปิดเครื่องโทรศัพท์ใหม่อีกครั้งหรือว่า Restart บนโทรศัพท์ใหม่อีกครั้งนั่นเองเพราะการทำแบบนี้จะสามารถช่วยแก้ปัญหานี้ได้

3.ลบแอปที่ไม่จำเป็นออกจากเครื่องไป

เพราะในบางครั้งการที่แอปพลิเคชั่นที่ใช้งานมีปัญหาที่เกิดแอปค้างบ้างเด้งออกบ้างนั้นอาจจะเกิดจากการที่ตัว RAM หรือ ROM นั้นมีเนื้อที่ไม่เพียงพอกับแอปพลิเคชั่นที่เรากำลังใช้งานหรือแอปพลิเคชั่นที่เราติดตั้งไว้ดังนั้นการเคลียร์พื้นที่หน่วยความจำให้เพิ่มมากขึ้นจากการลบแอปพลิเคชั่นที่ไม่จำเป็นหรือไม่ค่อยได้ใช้งานออกนั้นก็อาจจะแก้ปัญหานี้ได้นั่นเอง

4.รีเซ็ทคืนค่าโรงงานให้กับโทรศัพท์

ถ้าหากว่าลบแอปแล้วโหลดใหม่ก็แล้วปิดเปิดเครื่องใหม่ก็แล้วแถมยังลบแอปที่ไม่ได้ใช้ทิ้งไปแล้วด้วย แต่เจ้าแอปก็ยังค้างแล้วเด้งออกอยู่ดีหากเป็นแบบนี้คงจะต้องใช้วิธีคืนค่าโรงงานให้กับโทรศัพท์เครื่องนั้นหรือในภาษาอังกฤษจะเรียกว่า Factory Reset ถือว่าเป็นการล้างความจำเครื่องทั้งหมดให้เหมือนกับพึ่งผลิตออกมาจากโรงงานเลยทีเดียว

5.ซื้อโทรศัพท์ใหม่แทนเครื่องที่มีปัญหา

เพราะถ้าหากทำตามทั้ง 4 วิธีก่อนหน้านี้แล้วนั้นก็ยังไม่ได้ผลเราขอแนะนำให้คุณซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่แทน เพราะสาเหตุอาจจะมาจากระยะเวลาของเจ้าโทรศัพท์ที่เราใช้นั้นมีระยะเวลานาน ระบบปฏิบัติการของโทรศัพท์คุณอาจจะล้าสมัยไปแล้วดังนั้นการซื้อโทรศัพท์ใหม่คือคำตอบสุดท้ายของการแก้ปัญหานี้นั่นเอง

ทความ ข่าวไอที ที่น่าสนใจ

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

6 + 88 =

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save