โรคคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม

โรคคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม ผลจากการที่ต้องเพ่งมองจอภาพเป็นเวลานานๆ ทั้งจากเครื่องคอมพิวเตอร์  Notebook  แท็บเล็ตและ Smartphone  ทำให้คนในปัจจุบันจำนวนกว่า 90% กำลังเสี่ยงต่อการเป็นโรคคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม Computer Vision Syndrome โดยไม่รู้ตัว

โดยอาการของโรคที่พบได้เสมอก็คือ แสบตา เมื่อยล้า ตาพร่ามัว หรือบางคนก็อาจถึงขั้นตาแดง นอกจากนั้นอาการปวดศีรษะ ปวดคอ ปวดหลังร่วมอยู่ด้วย โดยคนส่วนใหญ่ที่มักจะเป็นโรคนี้ได้แก่ พนักออฟฟิตที่นั่งทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งวัน หรือแม้กระทั่งคนทั่วไปที่เล่น Smartphone เป็นเวลานาน ๆ ก็มีโอกาสเสี่ยงสูงที่จะเกิดโรคนี้ขึ้นได้

อย่างไรก็ตามการหลีกเลี่ยงจากอาการเหล่านี้ก็สามารถทำได้ง่าย ๆ ดังต่อไปนี้

young attractive businesswoman working on office computer laptop sitting at office frustrated overworked suffering stress headache depression and work problems

5 วิธีสำคัญป้องกัน โรคคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม CVS (Computer Vision Syndrome)

  1. ปรับระยะและมุมมองให้เหมาะสม
    ระยะและมุมมองของสายตาเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ซึ่งในกรณีดีที่สุดนั้น ควรปรับให้มีระยะห่างระหว่างดวงตากับจุดกึ่งกลางจอภาพประมาณ 27 – 28 นิ้ว (อยู่กับขนาดจอภาพ) และทุก ๆ ทางจอภาพนั้นต้องอยู่ต่ำกว่าระดับสายตาประมาณ 4 – 5 นิ้ว นอกจากนั้นถ้าต้องดูสิ่งอื่นสลับไปมากับจอภาพด้วย ก็ควรวางสิ่งของนั้นไว้ในที่ที่มองเห็นได้ถนัด โดยให้มีการขยับศีรษะน้อยที่สุด
  2. ลดแสงสะท้อนและปรับความสว่างให้เหมาะสม การอ่านข้อความต่าง ๆ บนจอภาพ ดวงตาจะทำงานหนักกว่าอ่านข้อความบนกระดาษมาก เนื่องจากจอภาพจะมีแสงส่องออกมาตลอดเวลา ทำให้ดวงตาต้องทำงานหนักกว่าปกติ นอกจากนั้นหากความแตกต่างระหว่างตัวอักษรกับพื้นหลังมีความแตกต่างกันน้อย แสงสะท้อนบนหน้าจอก็ยิ่งทำให้ดวงตาต้องทำงานหนักมากขึ้นไปอีก ฉันจึงควรปรับความสว่างและคอนทราสต์ของจอภาพให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม รวมทั้งอย่าให้มีแสงสะท้อนต่างๆ ที่รบกวนสายตาด้วย
  3. พักสายตาเป็นระยะ เมื่อจำเป็นต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์จำพวก Smartphone และ Tablet ต่อเนื่องเป็นเวลานาน ๆ วันละสายตาจากจอภาพบ้างเป็นระยะ ๆ หรือทุก ๆ  20 – 30 นาที เพื่อผ่อนคลายสายตา และป้องกันไม่ให้เกิดความเมื่อยล้าจากการเพ่งมองที่ใดที่หนึ่งเป็นเวลานาน และทุก ๆ 2 ชั่วโมง ก็ควรพักสายตาด้วยการมองภาพวิวกว้าง ๆ หรือสิ่งที่อยู่ไกล ๆ เป็นเวลา 10 – 15 นาที
  4. กระพริบตาบ่อย ๆ โดยปกติแล้ว คนเราจะกระพริบตาประมาณ  18 ครั้งต่อนาที แต่ว่าเราใช้คอมพิวเตอร์ การจ้องมองที่จอภาพจะทำให้เราทำการกระพริบตาลดจำนวนลงเหลือเพียง 1 ใน 4 เท่านั้น เพลงจำนวนการกระพริบตาน้อยลงนี้ก็จะทำให้ดวงตาของเราแห้งและเกิดการแสบตาได้ ดังนั้นเพื่อไม่ให้เสี่ยงต่อการเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ จึงต้องเตือนตัวเองให้หมั่นกระพริบตาบ่อย ๆ และถ้าจำเป็นก็ให้ใช้น้ำตาเทียมหยอดตาเป็นระยะ ๆ
  5. แก้ไขความผิดปกติของสายตา ความผิดปกติของสายตาคนเรานั้น ไม่ว่าจะเป็นสายตายาว สายตาสั้น สายตาเอียงมองเห็นไม่ชัด ก็ล้วนแต่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการเมื่อยล้าและปวดตาได้เช่นกัน ดังนั้นจึงควรตรวจสอบให้ดีว่า การมองเห็นของคุณนั้นอยู่ในเกณฑ์ปกติจริง ๆ หรือไม่ เช่น ต้องเอียงศีรษะหรือต้องโยกตัว เพื่อให้สามารถมองเห็นข้อความต่าง ๆ บนจอภาพได้อย่างชัดเจน ซึ่งถ้าคำตอบคือไม่ ก็ควรหาแว่นตาที่เหมาะสมมาสวมทุกครั้งเมื่อต้องใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ๆ

โดย โรคคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม (Computer Vision Syndrome) นั้น ถ้าเรารู้วิธีป้องกันและหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่เสี่ยงที่จะทำให้เกิดโรคนี้ ก็จะสามรถลดโอกาสที่จะเกิดโรคนี้ขึ้นได้มาก นอกจากการทำตามคำแนะนำที่ได้กล่าวไปข้างต้นนี้แล้วก็ควรเลือกทานอาหารที่มีวิตามินเอสูง ๆ ซึ่งมีส่วนช่วยในการบำรุงสายตาและการมองเห็นได้ดีขึ้น

HITECHNOO.COM ข่าวเทคโนโลยี ไอที มีอะไรใหม่ เราไวที่สุด พวกเราคือผู้นำในวงการไอที และเทคโนโลยี อุปกรณ์ออกใหม่ ข่าวเรื่องรถยนต์ ข่าวอัพเดตเทคโนโลยี ข่าวสาร ความรู้ เกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

76 - 10 =

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save