การบำรุงรักษาเครื่องยนต์ประจำวัน

การบำรุงรักษาเครื่องยนต์ประจำวัน

การบำรุงรักษาเครื่องยนต์ประจำวัน สภาพของเครื่องยนต์เมื่อใช้งานไปนานๆ ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงของชิ้นส่วนที่อยู่ภายในเกิดขึ้น เนื่องมาจากการสึกหรอของชิ้นส่วนที่เป็นไปตามสภาวะการใช้งานที่แตกต่างกัน สภาพการสึกหรอของชิ้นส่วนจะไม่สามารถชี้เฉพาะลงไปได้อย่างชัดเจนว่าชิ้นส่วนใดควรจะได้รับการซ่อมแซม เปลี่ยนออก หรือเพียงบำรุงรักษาเท่านั้น ปัญหาเหล่าเราสามารถป้องกันได้โดยการหมั่นตรวจเช็คและการบำรุงรักษาเครื่องยนต์เป็นประจำทุกวัน

ในทุกวันนี้การใช้งานรถกันอยู่เป็นประจำกันอยู่แล้วโดยบางทีเราอาจจะลืมดูแลเครื่องยนต์ของรถเรา ดังนั้นการบำรุงรักษาตามระยะทางหรือช่วงเวลาที่กำหนดตามคู่มือที่บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ได้กำหนดบ่งชัดถึงการที่จะต้องตรวจสอบเครื่องยนต์ให้เป็นไปตามระยะเวลาหรือเป็นการป้องกันการชำรุดเสียหายของเครื่องยนต์ที่จะเกิดขึ้นล่วงหน้า อีกทั้งยังช่วยลดปัญหาค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการชำรุดเสียหายอันเนื่องมาจากสาเหตุของการขาดการบำรุงรักษาเครื่องยนต์ที่ดี

การบำรุงรักษาเครื่องยนต์ประจำวัน

ใน การบำรุงรักษาเครื่องยนต์ประจำวัน เป็นข้อกำหนดที่ผู้ใช้รถจำเป็นที่จะต้องปฏิบัติ เพื่อเป็นการตรวจสอบ เครื่องยนต์ให้มีสภาพที่พร้อมจะใช้งานได้ทุกขณะ ทั้งยังเป็นการป้องกันการชำรุดเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับ เครื่องยนต์ได้ล่วงหน้า การตรวจสอบจะกระทำได้เฉพาะบางระบบที่มีความสำคัญกับการทำงานของเครื่องยนต์ ดังนี้

  1. การตรวจระดับนํ้ามันเครื่อง ผู้ใช้รถจะต้องตรวจระดับนํ้ามันเครื่องได้โดยการดึงเหล็กวัด ระดับนํ้ามันออกเพื่อเช็ดทำความสะอาด จากนั้นให้ใส่เหล็กวัดระดับนั้ามันกลับเข้าที่เดิม โดยให้เหล็กวัดระดับน้ำมันเครื่องอยู่ในตำแหน่งเดิม และดึงเหล็กวัดระดับนํ้ามันกลับออกมาอีกครั้งเพื่อตรวจสอบระดับนํ้ามันเครื่องที่มีอยู่ภายในอ่างนํ้ามันว่าอยู่ในระดับที่ปกติหรือไม่ โดยสังเกตุดูได้จากจากเหล็กวัดระดับ
    ซึ่งตามปกติระดับนํ้ามันเครื่องควรจะอยู่ระหว่างเครื่องหมาย “ต่ำสุด (LOW)” และ “เต็ม (FULL)” หรือได้ระดับที่เครื่องหมาย “เต็ม” พอดี แต่ถ้าระดับนํ้ามันต่ำกว่า “ต่ำสุด” ให้เติมน้ำมันเครื่องลงไปจนถึงระดับ “เต็มพอดี” (ระยะ F ถึง L เท่ากับนํ้ามันเครื่อง 1 ลิตร) โดยการตรวจระดับนํ้ามันเครื่องนั้นควรตรวจภายหลังจากดับเครื่องยนต์แล้วอย่างน้อยประมาณ 5 นาที ทั้งนี้เพื่อให้นํ้ามันเครื่องที่ไปหล่อลื่นส่วนบนของฝาสูบได้ไหลลงสู่อ่างนํ้ามันเครื่อง
  2. การตรวจระดับนํ้าหล่อเย็น นํ้าหล่อเย็นจะระเหยออกไปจากระบบหล่อเย็นได้ ก็เนื่องจากนํ้าหล่อเย็นได้รับความร้อนจากการทำงานของเครื่องยนต์จนเดือดกลายเป็นไอ ดังนั้นเพื่อให้น้ำหล่อเย็นมีอยู่ในระดับที่กำหนดอยู่เสมอ หรือเพื่อป้องกันน้ำแห้งในระบบหล่อเย็น ผู้ใช้รถยนต์จำเป็นต้องตรวจสอบ ระดับน้ำหล่อเย็นในหม้อนํ้าและถังสำรองให้อยู่ในตำแหน่งระหว่าง “ต่ำ (LOW)” และ “เต็ม (FULL)” แต่ถ้าระดับนํ้าหล่อเย็นต่ำกว่าปกติ ให้เติมนํ้าให้อยู่ในระดับ “เต็ม” ทุกครั้ง
  3. การตรวจความตึงของสายพานพัดลมหม้อนํ้า สายพานที่ใช้ขับเคลื่อนปั๊มนํ้า พัดลมระบายความร้อน อัลเทอร์เนเตอร์ เมื่อถูกใช้งานจะเกิดการหย่อน เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดเสียงดังและอุปกรณ์ที่สายพานนั้นขับเคลื่อนจะทำงานไม่เป็นปกติ ซึ่งเราสามารถสังเกตุความผิดปกตินี้ได้ไม่ยาก ระบบต่างๆ ของเครื่องยนต์เกิดการชำรุดเสียหายได้ เช่น อัลเทอร์เนเตอร์ประจุกระแสไฟฟ้าให้กับแบตเตอรี่ได้ไม่เพียงพอกับการใช้งาน ดังนั้นการตรวจความตึงที่พอดีของสายพานจึงกระทำได้โดยการใช้มือกดด้วยแรงประมาณ 10 กิโลกรัม (22.0 ปอนด์) สายพานจะหย่อนลงประมาณ 10 มิลลิเมตร (0.4 นิ้ว) โดยเมื่อตรวจความตึงของสายพานทุกครั้ง ให้ตรวจสภาพของสายพานด้วยเช่นกัน

การบำรุงรักษาเครื่องยนต์ประจำวัน นั้นเราควรทำเป็นในเป็นประจำ เนื่องจากเราได้รู้ว่าสภาพเครื่องยนต์เราอยู่ในสภาพที่เป็นปกติหรือไม่ และทั้งหมดนี้ก็เป็น 3 ข้อง่าย ๆ ที่จะทำให้เราสามารถตรวจเช็คเครื่องยนต์ของรถของเราได้ด้วยตัวเอง เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถของเราเอง สุขภาพ โรคภัย ลดน้ำหนัก ข้อควรระวังในการประกอบหัวฉีดรถยนต์

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *